Blog

มองซีรีส์ฮิต “Can this love be translated” ด้วยสายตาของนักสื่อสารการตลาด

มองซีรีส์ฮิต “Can this love be translated” ด้วยสายตาของนักสื่อสารการตลาด

Student blog — 31/03/2026

Educational
การสื่อสารการตลาดที่ซ่อนอยู่ในคำแปล:
  • ❤️ การทำหน้าที่ของล่ามที่ไม่ได้แปลแค่คำพูด แต่คือการปรับจูน “ภาพลักษณ์ของแบรนด์” (Brand Image) ให้ตรงกับความเข้าใจของผู้บริโภค
  • ❤️ หัวใจของการสื่อสารระดับโลกที่ต้องก้าวข้ามกำแพงภาษา ไปสู่การสร้าง “ความรู้สึกร่วม” (Emotional Connection) ในทุกวัฒนธรรม
  • ❤️ การใช้สถานที่และตัวนักแสดงเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ (Experience Marketing) ที่ทรงพลังกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิม
หากเราลองถอดหมวกแฟนซีรีส์ แล้วสวมแว่นตาของนักสื่อสารการตลาดมองเข้าไปใน “Can This Love Be Translated?” เราจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวความรักของล่ามกับซูเปอร์สตาร์ แต่มันคือกรณีศึกษาเรื่องการสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication) ที่น่าสนใจ

เริ่มต้นจากตัวละคร “ชา มูฮี” ที่เปรียบเสมือน Global Brand ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่งดงามแต่กลับมีช่องว่างในการสื่อสารกับผู้บริโภค (สาธารณชน) จนเกิดอาการ “แปลความหมายผิด” อยู่บ่อยครั้ง หน้าที่ของพระเอกในฐานะล่าม จึงไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำ แต่คือการปรับสาร (Message Tuning ) ให้ตรงกับความรู้สึกและบริบทของผู้รับสาร เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับตัวแบรนด์นั่นเอง

ในมุมมองของนักสื่อสารการตลาด ซีรีส์เรื่องนี้กำลังฉายภาพให้เห็นถึงหัวใจของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม (Intercultural Communication) การที่แบรนด์หนึ่งจะขยายไปทั่วโลกได้แบบ Netflix หรือแบบตัวละครในเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ภาษาที่ถูกต้อง แต่คือการทำความเข้าใจ “ภาษาใจ” ของคนในพื้นที่นั้นๆ

ซีรีส์ฉลาดมากที่หยิบจุดนี้มาเป็นแกนกลางในการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Connection) ทำให้คนดูทั่วโลกที่เคยมีประสบการณ์ “คุยกันคนละเรื่อง” หรือ “เข้าใจกันผิด” เกิดความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ การพาเราไปเห็นบรรยากาศการทำงานเบื้องหลังของซูเปอร์สตาร์และการถ่ายทำในต่างประเทศ คือการทำการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experience Marketing) ที่ทรงพลัง นักสื่อสารการตลาดจะมองออกทันทีว่า นี่คือ การเชื่อมโยงความรู้สึกดีๆ (Brand Association) ของคนดูเข้ากับสถานที่และไลฟ์สไตล์ที่พรีเมียม ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างแรงปรารถนา (Desire) ในตัวผู้บริโภคที่แนบเนียนกว่าการขายของตรงๆ (Hard Sell) หลายเท่าตัว และผลที่ตามมา คือมูลค่าทางการตลาดมหาศาล ทั้งในแง่การท่องเที่ยวและแฟชั่นที่ปรากฏในเรื่อง

สุดท้าย สิ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จในเชิงการสื่อสาร คือกลยุทธ์การใช้พรีเซนเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer & Celebrity Branding) การคัดเลือกนักแสดงที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลกอย่าง คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง คือการบริหารจัดการต้นทุนทางสังคม (Social Capital) ที่แม่นยำ เพราะแบรนด์ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ต้องเริ่มสร้างความเชื่อใจจากศูนย์ แต่สามารถใช้ความน่าเชื่อถือเดิมของนักแสดงมาเป็นทางลัดในการเข้าถึงใจผู้บริโภคได้ทันที ส่งผลให้เกิดกระแสบอกต่อ (Word-of-Mouth) ในระดับสากลที่ทรงประสิทธิภาพอย่างที่เราเห็นกันในหน้า Feed ทุกวันนี้

ผู้เขียน: อ.ดร.สุธี เผ่าบุญมี อาจารย์ผู้สอนปริญญาโท สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด ม.หอการค้าไทย
_______
สนใจรายละเอียดของหลักสูตร สามารถดูได้ในคอมเมนต์
https://gs.utcc.ac.th/

#นิเทศศาสตร์การตลาด #FilmMarketing #เรียนต่อปอโท

แชร์บทความนี้

แนะนำหลักสูตร

หลักสูตรที่เปิดสอนของ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย